โชเซ่ มูรินโญ่ ได้ให้สัมภาษณ์ใน เพรส คอนเฟอเรนซ์ ก่อนเกมนัดเปิดฤดูกาลกับ เลสเตอร์ ซิตี้ โดยเขาได้กล่าวถึงความพร้อมล่าสุดของทีม, การเสริมทัพ, คำวิจารณ์ของสื่อ และโอกาสที่เราจะได้เห็นสไตล์การเล่นที่เปลี่ยนแปลงจากเดิม

ความพร้อมล่าสุด

“ไม่มีปาฏิหาริย์ นักเตะที่ผ่านการซ้อมในช่วงปรีซีซั่นก็ย่อมฟิต ย่อมแข็งแกร่ง ยกตัวอย่างเช่น อเล็กซิส ซานเชส ซึ่งมีปรีซีซั่นที่ดี ได้ลงเยอะ ได้ลงเล่นหลายนาที เขาก็จะพร้อมกว่าคนอื่นๆ แต่คุณก็จะยังไม่มีนักเตะอีกหลายๆคนที่เดินทางมาร่วมทีมเมื่อวันจันทร์ นักเตะที่ทะลุถึงรอบรองชนะเลิศ หรือรอบชิงชนะเลิศ คุณคงคาดหวังให้พวกเขาฟิตทันไม่ได้หรอก”

 

นี่ไม่ใช่โอกาสสำหรับคนอื่นในทีม

“(นักข่าวถามว่านี่ถือเป็นโอกาสหรือไม่?) นี่ไม่ใช่โอกาส โอกาสสำหรับอะไรเหรอ? นี่ไม่ใช่โอกาสเลย เพราะมันคือเกมการแข่งขัน เกมที่มีความสำคัญ เราต้องการมีเวลาเตรียมตัวเพิ่มอีก 2 วัน แต่พวกเขาตัดสินใจให้เราเล่นเป็นทีมแรก และมันก็ต้องเป็นแบบนั้น เราเตรียมตัวกันพร้อมแล้ว”

 

รายชื่อนักเตะที่บาดเจ็บ

“(เซร์คิโอ) โรเมโร่ เข้ารับการผ่าตัดหลังจากได้รับบาดเจ็บก่อนฟุตบอลโลก, (อันโตนิโอ) วาเลนเซีย ได้รับบาดเจ็บในปรีซีซั่น, มาร์กอส โรโฮ ได้รับบาดเจ็บในฟุตบอลโลก, (ดีโอโก้) ดาโลต์ รับการผ่าตัดตั้งแต่อยู่กับปอร์โต้ และเขายังไม่พร้อม, อันเดร์ เอร์เรร่า ได้รับบาดเจ็บในเกมกับบาเยิร์น, (เนมันย่า) มาติช เจ็บในฟุตบอลโลก มารับการผ่าตัดที่ฟิลาเดลเฟียเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ผมคิดว่ามีแค่นี้นะ”

 

นักเตะที่เพิ่งกลับมารายงานตัว

“พวกเขากลับมารายงานตัวเมื่อวันจันทร์ ซ้อมเมื่อวันจันทร์, อังคาร, พุธ และก็วันนี้ ดังนั้น คุณคงพอจะนึกภาพออกนะว่าพวกเขาคงไม่ฟิต และก็ไม่พร้อมสักเท่าไหร่หรอก แต่เรามีความจำเป็น รายชื่อนักเตะที่ผมบอกคุณไปก่อนหน้านี้ถือเป็นรายชื่อที่สำคัญมาก และหลังจากการซ้อมในวันนี้ผมจะทำการพูดคุยกับพวกเขาอีกที เพราะทุกคนมีความแตกต่างกันออกไปในแง่ของร่างกายและจิตใจ เราต้องมาดูกันว่าพวกเขารู้สึกยังไง ต้องดูว่าพวกเขาคิดว่าตัวเองสามารถช่วยเหลือทีมได้มากน้อยแค่ไหนอีกที”

 

ไม่ออกความเห็นเรื่องตลาดนักเตะ

“ผมไม่มั่นใจ ผมไม่มั่นใจเพราะว่าตลาดนักเตะกำลังจะปิดตัวในวันนี้แล้ว ดังนั้น มันอาจจะถึงเวลาที่ตัวผมต้องหยุดคิดเรื่องตลาดนักเตะเสียที เพราะมันใกล้จะปิดแล้ว ผมต้องโฟกัสไปที่นักเตะที่ผมมีในตอนนี้ อย่างน้อยก็ในช่วง 2 นัด หรือ 3 นัดแรก เพราะหลังจากเกมนัดที่ 3 เราจะมีเบรคทีมชาติ และนั่นก็คือเวลาให้นักเตะได้พักฟื้น และเตรียมตัวให้ดียิ่งขึ้น”

 

คำวิจารณ์ที่ไม่เป็นธรรมจากสื่อ

“มุมมองของผมก็คือ มันแทบไม่น่าเชื่อเลยนะว่าปีที่แล้วเราจะจบด้วยอันดับที่ 2 ได้ ผมไม่ใช่คนที่ชอบฟังข่าว หรืออ่านข่าวมากนัก แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมอ่าน มันก็ทำให้ผมแทบไม่เชื่อเลยว่า เราจะสามารถจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 2 ได้ เพราะสื่ออย่างพวกคุณวิจารณ์ทีมอันดับที่ 2 อย่างเราเสียจนเหมือนเป็นทีมตกชั้นยังไงยังงั้นเลยนะ ในขณะที่ทีมบางทีมที่ไม่ได้มีแชมป์ติดมือ แถมจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ต่ำกว่าเรา พวกคุณกลับยกยอพวกเขาเสียจนเหมือนเป็นแชมป์เสียอย่างนั้น”

“มันเลยทำให้ผมเข้าใจได้ยาก ทำใจเชื่อได้ยาก ว่าทีมของเราจบในอันดับที่ 2 ได้จริงๆ และมันก็ทำให้ผมรู้สึกกับตัวเองว่า บางทีการคว้าอันดับที่ 2 ในปีที่แล้ว อาจจะเป็นความสำเร็จที่สุดในอาชีพคุมทีมของผมก็ได้นะ ซึ่งมันก็ทำใจเชื่อได้ยากอีกนั่นแหละ เพราะผมคว้าแชมป์มาแล้ว 8 ครั้ง และก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้วถึง 3 สมัย”

 

จะมีการเปลี่ยนแปลงสไตล์การเล่นไหม?

“เป้าหมายของเราคือเกมกับเลสเตอร์ และถ้าเกิดว่าเป็นเกม Championship Manager คุณก็คงแค่กดปุ่มเปลี่ยนแผน แต่ในฟุตบอลที่แท้จริง คุณต้องใช้เวลาในการทำงาน ต้องให้นักเตะได้ซ้อมในสนาม แต่เราไม่มีเวลาทำแบบนั้นเลย ซึ่งผมได้บอกไปแล้วในระหว่างปรีซีซั่น มันอาจจะฟังดูเหมือนผมพูดจาไร้สาระ พูดเหมือนคนเพี้ยนนะ แต่ปรีซีซั่นมันทำงานยากมากๆ ถ้าคุณไม่มีนักเตะในทีมให้ทำงานด้วย เหตุผลมันก็ง่ายๆแค่นั้นแหละ”