fbpx

‘คาริก’ พูดถึงบรรยากาศการซ้อมที่ดูไบ

ไมเคิล คาร์ริค กล่าวถึงการพานักเตะมาเก็บตัวที่ดูไบ, ความช่วยเหลือของ คีแรน แม็คเคนน่า และความทรงจำที่เขามีต่อ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

อดีตกองกลางวัย 37 ปี ได้กลับมาร่วมงานกับ โซลชาร์ อดีตเพื่อนร่วมทีม และ ไมค์ ฟีแลน อีกครั้ง ในฤดูกาลแรกที่เขาแขวนสตั๊ด และหันมาจับงานโค้ชเต็มตัว ซึ่งเขากล่าวว่า ทุกอย่างในตอนนี้กำลังเป็นไปด้วยดี และบรรยากาศในแคมป์เก็บตัวก็ถือว่ายอดเยี่ยมมาก

“มันวิเศษมาก เพราะมันทำให้เราได้ซ้อมในแบบที่เราทำไม่ได้ที่อังกฤษ – ในเวลานี้ – เพราะอากาศที่นั่นหนาวจัด” คาร์ริคกล่าว

“เราได้ทำงานในหลายๆเรื่องที่แตกต่างออกไป แต่เมื่อคุณต้องซ้อมท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ คุณต้องพยายามให้นักเตะเคลื่อนที่อยู่ตลอด เพราะคุณไม่อยากให้พวกเขายืนนิ่งๆรับความหนาว”

“สำหรับที่นี่ เราได้ทำงานหนัก โดยเฉพาะในช่วงวันที่เหลืออยู่ เราจะได้เตรียมตัวสำหรับเกมวันอาทิตย์ เพราะเรามีเวลาทำงานกันมากขึ้น และมีเวลาลงรายละเอียดกันเยอะขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เราต้องการมากๆในตอนนี้”

“และก็อย่างที่คุณน่าจะนึกภาพออกแหละ นี่เป็นแคมป์ที่มีความสุขกันมากเลย เมื่อคุณกำลังชนะอย่างต่อเนื่อง คุณไม่สามารถตีราคาความสุข, ความมั่นใจ และความเชื่อมั่นในตัวเอง ที่คุณได้รับกลับมาได้เลย”

“มันเป็นเรื่องที่ดีเยี่ยมเลยนะที่ได้เห็นว่านักเตะในทีมมีความสุขกันแบบนี้ การเล่นฟุตบอลของพวกเขาไหลลื่น การซ้อมก็เป็นไปด้วยดี มันเป็นเรื่องดีที่ได้เห็นเลยแหละ”

นอกจากนั้น คาร์ริค ยังได้เผยถึงความช่วยเหลือที่เขาได้จาก คีแรน แม็คเคนน่า เพื่อนร่วมงาน และ ไมค์ ฟีแลน ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในฟอร์มอันยอดเยี่ยมของทีมในช่วงที่ผ่านมา

“ผมต้องบอกเลยว่า คีแรน ช่วยผมได้เยอะจริงๆ เพราะเขาเป็นโค้ชที่มีประสบการณ์มาก” คาร์ริคกล่าว “ก็อย่างที่คุณพอจะคาดเดาได้แหละ สำหรับผมแล้ว ทุกอย่างมันค่อนข้างใหม่มาก และผมก็กำลังเรียนรู้งานไปทีละนิด และเขาก็ช่วยผมได้อย่างวิเศษมากๆ เขาเป็นโค้ชที่เก่งมาก และเขาก็ถ่ายทอดความรู้หลายอย่างให้ผม แม้ว่าเขาจะอายุน้อยกว่าผม แต่เขามีประสบการณ์ในงานด้านนี้มากกว่าผมเยอะ”

“และมันก็เยี่ยมเลยที่ได้เจอ ไมค์ อีกครั้ง เขาเป็นคนที่สุขุม และชาญฉลาด เขาเคยอยู่ที่นี่ เคยเห็น และก็เคยทำมาหมดแล้ว เขารู้ทุกอย่างในสโมสรเป็นอย่างดี เขารู้ว่าต้องทำอะไรตอนไหน ดังนั้น เขาจึงมีบทบาทอย่างยิ่งในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา”

“โอเล่ มีบุคลิกบางอย่างที่ส่งต่อถึงทุกๆคนได้ เขาเป็นคนที่มองโลกในแง่บวกมากๆ ดังนั้น เขาจึงดูกระปรี้กระเปร่าอยู่เสมอ ผมคิดว่าพวกคุณก็น่าจะสังเกตเห็นแล้วว่ามันส่งถึงนักเตะในทีมของเราด้วย ซึ่งสิ่งนั้นเองก็มีส่วนช่วยดึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมาจากตัวนักเตะด้วยเช่นกัน”

นัดประเดิมสนามของ คาร์ริค เกิดขึ้นในเกมกับ ชาร์ลตัน ในปี 2006 – ซึ่งเป็นนัดเดียวกับที่ โซลชาร์ ยิงประตูได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี หลังจากที่ต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บใหญ่

“ตอนนั้นเขามีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บ แต่ประตูแรกที่เขากลับมายิงได้ มันเกิดขึ้นในเกมนัดประเดิมสนามของผมพอดี วันก่อนเรายังคุยกันถึงเรื่องนี้อยู่เลย” คาร์ริคกล่าว

“ทัศนคติของเขาในระหว่างการซ้อม ในระหว่างการเล่น นั่นแหละคือสิ่งที่ผมจำได้ดีที่สุด เช่นเดียวกับความฉลาดในการเล่นฟุตบอลของเขา การอุทิศตนช่วยทีมของเขานั้นจัดว่าสุดยอดเลยนะ”

ประตูสุดท้ายในอาชีพค้าแข้งของ โซลชาร์ เกิดขึ้นในฤดูกาลเดียวกันนั้นเอง มันเป็นประตูที่ 4 ในเกมกับ แบล็คเบิร์น, 18 นาทีให้หลังจากที่ คาร์ริค ยิงประตูให้ทีมแซงขึ้นนำ

“จริงๆแล้ว มันเป็นเกมที่ดีเลยนะ” คาร์ริคกล่าว “เราตามหลังอยู่ 1-0 ในครึ่งแรก แต่เราจบเกมด้วยการชนะ 4-1 และผมก็ยิงได้ด้วย เรากำลังไล่ล่าแชมป์ลีกอยู่ในตอนนั้น ดังนั้น การตามหลังอยู่ในครึ่งแรกจึงเป็นเรื่องที่ไม่ดีเลย”

“ในระหว่างพักครึ่ง ผมรู้สึกว่าทีมเราดูจะมีแรงฮึดสู้ขึ้นเล็กน้อย แต่พอกลับลงสนาม กลายเป็นว่าเราถล่มพวกเขายับเลย และ โอเล่ ก็ยิงประตูได้เช่นกัน มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆในช่วงที่ผมย้ายมาร่วมทีม ผมเลยจำได้ดี!”